แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขยับเข้าใกล้การคว้าตัว อันเดรย์ ซานโตส กองกลางดาวรุ่งทีมชาติบราซิลจากเชลซี หลังมีรายงานว่าทั้งสองสโมสรสามารถบรรลุข้อตกลงเรื่องค่าตัวได้เป็นที่เรียบร้อย โดยมูลค่าของดีลอยู่ที่ประมาณ 50 ล้านปอนด์ แบ่งเป็นค่าตัวการันตี 48 ล้านปอนด์ พร้อมโบนัสเพิ่มเติมอีก 2 ล้านปอนด์ หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน นักเตะจะเดินทางเข้ารับการตรวจร่างกายในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ก่อนเซ็นสัญญาระยะยาวกับทัพ "ปีศาจแดง" ติดตามข่าวซื้อขายนักเตะและ ผลบอลสด ได้ที่ 7mLiveScore
แมนยูเดินหน้าเสริมแดนกลางหลังพลาดหลายเป้าหมาย
ตลอดช่วงตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกเป็นข่าวกับมิดฟิลด์หลายราย แต่ไม่สามารถปิดดีลได้ ไม่ว่าจะเป็น มาเตอุส แฟร์นันเดส, ซานโดร โตนาลี หรือ โอเรเลียง ชูอาเมนี ทำให้ทีมงานของสโมสรหันมาเร่งเจรจากับเชลซีเพื่อคว้าตัว อันเดรย์ ซานโตส ซึ่งถูกมองว่าเป็นกองกลางที่มีศักยภาพสูงและพร้อมพัฒนาต่อในระยะยาว
รายงานระบุว่าการเจรจาระหว่างทั้งสองฝ่ายดำเนินไปอย่างรวดเร็ว และสามารถตกลงรายละเอียดด้านการเงินได้แล้ว เหลือเพียงขั้นตอนตรวจร่างกายและจัดการเอกสารสัญญาเท่านั้น หากไม่มีอุปสรรคเพิ่มเติม ดีลนี้จะกลายเป็นหนึ่งในการเสริมทัพครั้งสำคัญของ ยูไนเต็ด ก่อนเปิดฤดูกาลใหม่
ซานโตสโชว์ฟอร์มเด่นจนได้รับความสนใจ
แม้จะไม่ได้รับโอกาสลงสนามกับเชลซีอย่างต่อเนื่อง แต่กองกลางวัย 22 ปีสร้างผลงานน่าประทับใจระหว่างการยืมตัวในลีกฝรั่งเศส จนได้รับคำชมเรื่องการคุมจังหวะเกม ความสามารถในการตัดเกม และการเติมขึ้นไปทำประตูจากแถวสอง นอกจากนี้เจ้าตัวยังติดทีมชาติบราซิลชุดใหญ่อย่างต่อเนื่อง และถูกยกให้เป็นหนึ่งในมิดฟิลด์อนาคตไกลของประเทศ
ด้วยอายุที่ยังน้อย บวกกับสไตล์การเล่นแบบบ็อกซ์ทูบ็อกซ์ ทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เชื่อว่า ซานโตส จะเข้ามาเพิ่มพลังให้แดนกลางได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงสามารถพัฒนากลายเป็นกำลังหลักของทีมได้ในอนาคต
เหลือเพียงตรวจร่างกายก่อนเปิดตัว
แหล่งข่าวหลายสำนักระบุตรงกันว่า ยูไนเต็ดและเชลซีตกลงโครงสร้างค่าตัวได้ครบถ้วนแล้ว โดยนักเตะมีกำหนดเข้ารับการตรวจร่างกายในเร็ว ๆ นี้ ก่อนเซ็นสัญญาระยะเวลา 5 ปี พร้อมออปชันขยายเพิ่มอีก 1 ปี หากทุกอย่างผ่านไปด้วยดี สโมสรจะประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า
การคว้าตัว อันเดรย์ ซานโตส ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งหวังยกระดับขุมกำลังเพื่อกลับมาลุ้นความสำเร็จในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2026/27 หลังจากตลาดนักเตะปีนี้มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือดจากหลายสโมสรชั้นนำของอังกฤษ